วันนี้ดูวุ่นวายตั้งแต่เช้า แบกกระเป๋า สัมภาระมากมาย ..เตรียมตัวกลับบ้าน
เตรียมตัวไปเรียนต่อ … ถึงแม้ว่า ลึกๆในใจที่สุด ยังไม่ค่อยพร้อมซักเท่าไหร่ …
มันเริ่มเบลอมากขึ้นเรื่อยๆ พอยิ่งนับถอยหลัง .. แต่ก็อย่างที่ใครๆพูดนั่นล่ะ
“พร้อมไม่พร้อมไม่รู้ แต่ไปให้ถึงก่อน เวลาและสถานที่มันจะบีบบังคับให้เราพร้อมเอง”
ก็คิดเหมือนกันนะ เพราะว่า ในเมื่อไม่พร้อมแต่ต้องไป ก็ไปและสิ่งแวดล้อมมันจะค่อยๆทำให้เรา
พร้อมเจอ พร้อมผจญภัย กับสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยเจอ ….
เอ่ออ..ประมาณ 8 โมง ได้รับ e-mail จากทางมหาวิทยาลัยฮันยัง[ 한양대학교 ]
ว่าเอกสารที่ส่งไป ทางมหาวิทยาลัยได้รับเรียบร้อยแล้ว
มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีนักสำหรับเรา
แต่ว่าไม่ใช่แค่นั้น .. ปัญหาคือ ให้เรา FAX >> BANK STATEMENT ไปให้ด้วย
เราก็ให้อึนแฮติดต่อให้ว่า ของใคร แล้วcitizen ต้องเป็นเกาหลีหรือเปล่า??
สรุป … STATEMENT ที่มหาวิทยาลัยต้องการคือ ของเรา !!!!
งง ถึง งง มาก เพราะว่า จะเอามาจากไหน?? ในเมื่อ เป็นนักเรียน จะมีได้ไง??
ทางมหาวิทยาลัยต้องการเพียงแค่ ให้บัญชีที่เป็นชื่อของนักเรียน มีเงินในบัญชี $3000 up !!
หรือ ราวๆ แสนฝ่าๆเท่านั้นเอง ดูพูดสิ .. เหมือนง่ายเลย ถ้าTHB 3000 จะไม่ว่าเลย มีทันที
แต่ตั้งแสน คิดหนัก ถึงหนักสุดๆเพราะว่า งง ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คุยกับแม่ก็ไม่รู้เรื่อง 
ไม่ใช่แม่เป็นเกาหลีนะ แต่แค่ว่า ไม่เข้าใจก็ใส่อารมณ์ เหมือนวัยทองเลย -*- สุดท้ายเลยให้อึนแฮ
ลูกสาวชาวเกาหลี สุดที่รักของแม่คุยให้ ผลคือ … เข้าใจ และจะรีบจัดการให้ !!!! โอ้โห..เราพูดแทบตาย
ไม่รู้เรื่อง แล้วก็ไม่พยายามรู้เรื่องด้วย แต่อึนแฮโทรไปไม่ถึง 10 นาที … แม่เข้าใจทันที !!! ของแบบนี้เป็นไปได้แฮะ
และเมื่อเวลา 14.33 นาที ทางบ้านที่ กรุงเทพ โทรมาบอกว่า FAX ไปเรียบร้อยแล้ว ให้เช็คดูว่า ได้รับไหม???
ขั้นตอนนี้เป็นของเราที่ต้องโทรไปติดตามผลว่าเรียบร้อยไหม??? ผลคือเรียบร้อย ได้รับ เอกสารครบทุกอย่าง ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าไม่มีปัญหาเลย … มันจะดูแปลกๆ สำหรับการติดต่อกับชาติที่ ไม่นิยมภาษา อังกฤษ ….. เพราะเพียงแค่ถามว่า
Kee : ” Do you recieved my Bank Statement ? I sent already by FAX “
Hanyang : ” I dont understand !!!! “
Kee : ” ahhh..ok … Have some paper at your fax or not? ” เริ่มที่จะไม่เป็นประโยคแล้วเอาง่ายเข้าว่าเพื่อความเข้าใจ
Hanyang : ” What? I dont understand “
Kee : ” ok ….. Statement from Thailand !!!!!!!!!!!! “
Hanyang : ” ahh..I recieved that !!!! “
แม่เจ้า…กว่าจะเข้าใจ ล่อเข้าไปตั้งนาน ไม่ไหวแฮะ ถึงขั้น มึน …
เราเข้าใจว่า ไม่ใช่เค้าไม่เข้าใจ หรือ อะไรหรอก แต่ว่า ไม่ค่อยได้ยินมากกว่า
เพราะว่าบางครั้ง … คุยกับเพื่อนแล้วเสียงมันจะก้อง หรือบางครั้ง เสียงจะเบามากกกกก
เหมือนลำโพงโทรศัพท์พังแบบฉันพลัน !!!! แต่สรุปได้ว่า … เรียบร้อย ไม่มีปัญหา
ทางมหาวิทยาลัยจะส่งเอกสารกลับมา สำหรับทำ VISA .. แต่รู้สึกว่าไม่ทัน
เพราะว่า ถ้าขอตอนนี้ จะต้องรออีก 1 เดือน ในการ พิจารณาเรื่องวีซ่า
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเท่าที่ให้อึนแฮถามทางมหาวิทยาลัยมานั้น สรุปได้ว่า
เราสามารถ นำเอกสารที่ทางมหาวิทยาลัยตอบรับเข้าศึกษา ไปทำเรื่องวีซ่าที่นู่นได้
เพราะในช่วง 90 วันแรก ไม่ต้องขอวีซ่า … และ เอกสารที่มหาวิทยาลัยตอบรับมานั้น
มันเป็นเอกสารชิ้นสำคัญในการเดินผ่าน ต.ม ได้อย่างไร้ซึ่งปัญหา เพราะเกาหลีใต้ เป็น1ในประเทศที่ขึ้นชื่อ
ในการเข้าประเทศ เหตุผลน่ะหรอ?? ก็เพราะคนไทยนั้น เมื่อไปถึงเกาหลีแล้ว ดันไปโชว์อาชีพ” นักโดดร่ม”
เอาไว้มากมายก่ายกอง ทางการเลยต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ เฮ้ออ..สร้างภาระ ให้คนรุ่นหลังแท้ๆ
แต่ก็ไม่เป็นไร เราไปแบบบริสุทธิ์ใจ ไปเพราะไปหาความรู้ คงไม่ใจร้ายไม่ให้เข้าหรอก..มั้งง!!!
หลังจากที่ เลิกวุ่นวายกับ เรื่อง STATEMENT แล้ว ก็มาวุ่นวายกับ ..สัมภาระที่เตรียมตัวยกขึ้นรถ
และก็เป็นไปอย่างที่คิด มันหนักกว่าที่คิดเยอะเลย … ต้องช่วยกันสองคน ไม่ไหว ผลที่ตามมาคือ ปวดหลัง
ด้วยเพราะยกของหนักมาก และเมื่อวานดันนั่งผิดท่า เป็นชั่วโมง !!! นั่งไปได้ไงก้อไม่รู้ เลยเจ็บหนัก ซ้ำลงไปที่เดิมเลย
หลังจากวันนี้ .. ก็เตรียมตัว เตรียมใจ เพราะวันศุกร์ก็ได้เวลาเดินรถออกจากเชียงใหม่มุ่งสู่เมืองกรุง
เพื่อรอเวลาอีกประมาณ 20 วัน ก็จะถึงกำหนดเดินทางขึ้นเครื่องไปเกาหลี…เผลอแป๊บเดียวเองนะเนี่ย
จากทฤษฎี ควรท่องแค่ “ถึงที่นั่นมันจะพร้อมเองแหละไอกี้ !!!”